ลักษณะทางพฤกษศาตร์
ข้อแตกต่างมะปรางกับมะยง
มะยงชิดแฝดพันธุ์ปรางทอง
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
การเตรียมดินและการปลูก
การปฏิบัติดูแลรักษา
การขยายพันธุ์
คุณค่าทางอาหาร
   
 
การปฏิบัติดูแลรักษา
 
 
ในการปลูกเพื่อการค้า ผู้ปลูกควรปฏิบัติดูแลรักษามะปรางดังต่อไปนี้

1.การให้น้ำ โดยปกติมะยงชิดเป็นไม้ผลที่ค่อนข้างทนทานต่อ
ความแห้งแล้ง แต่ถ้ามะยงชิดขาดน้ำก็จะไม่มีการแตกยอดใหม่
ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการใช้น้ำ
ในระยะแรกปลูก 2-3 เดือน ควรมีการให้น้ำให้ชุ่มอยู่เสมอเ
ฉลี่ย 3-5 วันต่อครั้ง อายุ 3-6 เดือน ให้น้ำ 7-10 วันต่อครั้ง
เว้นแต่ช่วงฝนตกงดการให้น้ำมะยงที่อายุ 1 ปีขึ้นไป
โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ควรมีการรดน้ำ 15-20 วันต่อครั้ง
ประเภทของน้ำที่ใช้กับต้นมะยงชิดนั้น น้ำที่ได้มาจากแม่น้ำ,
ลำคลอง, หนอง, บึง เมื่อนำมารด จะได้ประโยชน์มากกว่าน้ำบาดาล
เพราะมีแร่ธาตุอาหารปนมาด้วย โดยปกติแล้วน้ำที่จะนำมารดให้กับ
ต้นมะยงชิด ควรมีค่า pH 6.5-7.0 กล่าวคือควรมีสภาพเป็นกลาง


**เคล็ดลับจากสวนสุวรรณีปรางทอง
มะยงชิดมะปรางหวานไม่ชอบน้ำที่ชุ่มหรือมากเกินไป ควรรดน้ำในปริมาณที่พอดี
"มะยงชิด มะปรางหวาน ไม่ชอบน้ำ แต่ขาดน้ำไม่ได้"


2.การใส่ปุ๋ย
มะยงชิดขึ้นได้ในดินหลายชนิดทั้งดินเหนียว ดินร่วน
และดินร่วนปนทราย ถ้าปลูกในแหล่งอุดมสมบูรณ์สูง มีธาตุอาหาร
อย่างพอเพียง ต้นมะยงชิดจะเจริญได้ดี ปัจจุบันแหล่งดินที่
อุดมสมบูรณ์หายาก วิธีที่จะปรับปรุงคุณภาพของดินคือการใส่ปุ๋ย
บำรุงดินในการใส่ปุ๋ยให้ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมักเป็นหลัก
ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นรองโดยถือว่า

2.1.ระยะพืชกำลังเจริญเติบโตควรใช้ปุ๋ยที่มี N-P-K ในสัดส่วน 1:1:1
เช่นปุ๋ยเกรด 15-15-15 เพื่อเสริมสร้างและทดแทนส่วนที่พืชนำไปใช้
ในการแตกยอด ใบ กิ่งก้าน

2.2.ระยะใกล้ออกดอกควรใช้ปุ๋ยที่มีสัดส่วนของฟอสฟอรัสสูง
เช่นปุ๋ยเกรด 8-24-24

2.3.ระยะที่พืชติดผลแล้ว ให้ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุโปแตสเซียม เช่นปุ๋ยเกรด
13-13-21 หรือ 12-17-2 เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต

3.การพรวนดินและคลุมโคนต้น
ควรหาฟางข้าวหรือเศษหญ้ามาคลุมบริเวณโคนต้นที่ทำการพรวนดิน
เพื่อรักษาความชื้นการพรวนดินรอบ ๆ โคนต้นควรทำทุกปี ปีละ 3 ครั้ง
คือช่วงต้นฝน ปลายฤดูฝน(ต้นฤดูหนาว) และฤดูร้อน ถ้าเป็นไปได้ก
ารพรวนดิน และคลุมโคนต้นนั้นควรทำพร้อม ๆ กันกับการใส่ปุ๋ย


4.การกำจัดวัชพืช วิธีป้องกันกำจัดวัชพืชดำเนินการได้หลายวิธี ได้แก่ การถากหญ้ารอบโคนต้น การใช้มีด
ฟันหญ้า การใช้เครื่องตัดหญ้า การใช้สารเคมีคลุมวัชพืชหรือฆ่าวัชพืช

5.การพรางแสง มะยงชิดขึ้นได้ทั้งในที่มีแดดรำไรและในแสงแดดจ้า แต่การปลูกในที่พรางแสงจะมี
การเจริญเติบโต ได้ดีกว่า การปลุก กลางแจ้ง ฉะนั้นการสร้างสวนมะยงชิดเพื่อการค้า ในระยะ 1-3 ปีแรก
ควรมีการปลุกกล้วยเป็นพืชแซม

6.การตัดแต่งกิ่ง ควรมีการตัดแต่งกิ่งมะยงชิด กิ่งที่หัก กิ่งที่เป็นโรค หรือกิ่งที่แห้งตายออกทุกปีด้วย

7.การตัดแต่งผล มะยงชิดที่มีการออกดอกเป็นช่อยาว 8-15 เซนติเมตร ในช่อหนึ่งอาจติดผลตั้งแต่ 1-5 ผล
ควรมีการตัดแต่งผลมะยงชิดที่มากเกินไปออก เหลือช่อละ 1 ผล

8.การห่อผล วิธีห่อผล ใช้กระดาษแก้วสีขาวที่ใช้ทำว่าว หรืออาจใช้กระดาษฟางสีขาว พับเป็นถุงเล็ก ๆ
นำไปห่อมะยงชิด ตั้งแต่ผลยังเขียว การห่อผลจะต้องทำด้วยความระมัดระวัง

9.การเก็บเกี่ยว ในการเก็บเกี่ยวมะยงชิดแต่ละครั้ง ไม่ว่าผลแก่หรือผลอ่อน ควรเก็บเกี่ยวด้วยความระมัดระวัง
ถ้าไม่ระวังผลมะยงชิดอาจจะกระทบกระเทือน ผลจะช้ำ

วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตมะยงชิด ถ้าต้นไม่สูงควรใช้กระดาษตัดเป็นฝอยปูรองก้นตะกร้าใส่มะยง แล้วใช้
กรรไกรตัดขั้วผล นำมะยงชิดมาใส่ ถ้าต้นสูงเกินไป ควรใช้บันไดปีน หรือใช้ตะกร้อสอยมะยง
มื่อเก็บเกี่ยวเสร็จควรนำไปไว้ในที่ร่ม

10.การบรรจุหีบห่อ ควรเก็บมะยงชิดในที่ร่ม ตัดผลที่มีบาดแผล มีจุดดำ หรือเน่าเสียออก ไม่ให้ปะปนกับผลที่ดี
การส่งมะยงชิดไปขายตามแหล่งใหญ่ ควรมีการห่อผลมะยงชิดด้วยทิชชูหรือตาข่ายโฟม บรรจุกล่องกระดาษ
1-2 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มคุณค่าผลไม้

   
 
"มะปรางไข่หาที่ไหนก็มี แต่รสชาติที่ดีมันอยู่ที่สายพันธุ์"   วิเชียร บุญเกิด
   
   
   
   
   
   
   
ลิ้งค์ด่วน
| หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | เว็บบอร์ด ถาม-ตอบ ปัญหา | แผนที่การเดินทาง | ของฝากจากคนรักมะยงชิด | ติดต่อเรา |
เป็นข่าว!
| รศ.ดร. รวี เสรฐภักดี เยี่ยมชมสวน | นิตยสารเมืองไม้ผล | นิตยสารเกษตรทำเงิน | นสพ.ไทยรัฐ 51 | นสพ.ไทยรัฐ ก.พ.54 | นสพ.ไทยรัฐ พ.ค.54 |
พันธุ์ไม้ผล
| มะนาวแป้นดกพิเศษ กำแพงเพชร| ขนุนรัศมีแดงปรางทอง | มะขามป้อม แดงนาเตย | มะขามป้อม เขียวมรกต| มะยงชิดผลแฝด|
เข้าชม web analytics    ท่าน     ลิ้งค์เชื่อมโยงภายในเว็บ ติดต่อ ผู้จัดทำเว็บไซต์ ป้องกันอีเมลล์ขยะ